มทร.อีสาน ต้อนรับ รมช.ศึกษาธิการ

มทร.อีสาน ต้อนรับ รมช.ศึกษาธิการ รายงานผลการดำเนินงานมหาวิทยาลัย
พร้อมปรับตัวให้เข้ากับโครงสร้างการศึกษารูปแบบใหม่ในยุค Thailand 4.0

วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 เวลา 09.00 น. ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา โดยมี นายปัญญา วงษ์ศรีแก้ว ปลัดจังหวัดนครราชสีมา, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน รวมถึงหัวหน้าส่วนงานราชการทางการศึกษาในจังหวัดนครราชสีมาร่วมให้การต้อนรับ
การลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ อุปนายกสภา มทร.อีสานได้กล่าวต้อนรับ และอธิการบดี มทร.อีสานได้รายงานผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ตอบสนอง 10 อุตสาหกรรม เป้าหมายขับเคลื่อน Thailand 4.0 จากนั้นรับมอบนโยบายจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยต่อไป นอกจากนี้ มทร.อีสานได้จัดนิทรรศการวิชาการ แสดงผลงานวิจัย นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ ด้านระบบราง ด้านอุตสาหกรรมการบิน ด้านการท่องเที่ยว ด้านเกษตรและอาหาร และการแสดงผลงานแบบจำลองระบบขนส่งสาธารณะของเทศบาลนคร นครราชสีมา โดยคณะผู้บริหาร มทร.อีสานได้นำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอน ด้านระบบราง และซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ และที่วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพอีกด้วย ซึ่งการปรับตัวของ มทร.อีสานสู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาไทยในยุค 4.0 นั้น คือการเป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติที่มีพลังนวัตกรรมเพื่อพัฒนาสังคม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และให้ความสำคัญกับระดับอาชีวศึกษา โดยพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องเพื่อต่อยอดการศึกษาจากอาชีวศึกษาสู่อุดมศึกษา อันมีหัวใจสำคัญคือ “การสร้างนวัตกรรมและพัฒนาศักยภาพมนุษย์” ให้มีคุณภาพสูงขึ้น เน้นการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรและผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งเป็นสังคมของการแบ่งปันและปรับตัวสู่สังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ในยุคโลกาภิวัตน์ โดยสามารถรองรับอาชีพที่หลากหลาย และสามารถแข่งขันกับมหาวิทยาลัยนานาชาติได้อย่างเท่าเทียม